ไข้เลือดออกในยุคโควิด-19

     หลายๆท่านคงเคยได้ยินชื่อโรคไข้เลือดออก หรือไข้เดงกี ทั้ง 2 ชื่อนี้หมายถึงโรคติดเชื้อจากไวรัสเดงกีซึ่งไวรัสนี้มีถึง 4 สายพันธุ์ จัดเป็นโรคที่เป็นสาเหตุสำคัญของไข้ในแถบเขตร้อน และเป็นโรคประจำถิ่นของไทย ประมาณการว่าในแต่ละปีมีผู้ป่วยจำนวนมากถึง 100-400 ล้านคนทั่วโลก(1) เฉพาะประเทศไทยเองก็มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกหลายหมื่นคนต่อปี แม้จะมีชื่อว่าไข้เลือดออก ผู้ติดเชื้อไวรัสส่วนใหญ่จะสบายดีหรือมีอาการไม่รุนแรงโดยเฉพาะการติดเชื้อครั้งแรก อาการที่พบได้บ่อยคือจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก เบื่ออาหาร และอาจมีผื่นที่ผิวหนังได้ กรณีการติดเชื้อครั้งที่ 2 โดยเชื้อไวรัสเดงกีสายพันธุ์อื่น อาจเป็นโรคแบบรุนแรง เช่น มีเลือดออก ความดันโลหิตต่ำ เกิดภาวะช็อค และเสียชีวิตได้ โรคนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กและวัยรุ่น แต่พบได้ทุกเพศทุกวัย และมีแนวโน้มพบในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุมากขึ้น

คนติดเชื้อไวรัสเดงกีจากการโดนยุงลายตัวเมียที่มีเชื้อไวรัสเดงกีกัดเป็นหลัก ซึ่งยุงจำนวนหนึ่งรับเชื้อจากการไปกัดผู้ติดเชื้อไวรัสเดงกีมาก่อน อีกจำนวนหนึ่งสามารถรับเชื้อมาจากยุงตัวแม่ตั้งแต่อยู่ในไข่ ยุงที่มีเชื้อไวรัสอยู่ในตัวจะสามารถแพร่เชื้อให้คนได้ตลอดช่วงอายุขัยของยุงนั้น กรณีหญิงมีครรภ์ติดเชื้อไวรัสเดงกี จะมีโอกาสแพร่โรคไปสู่เด็กในครรภ์ได้อีกด้วย ยุงลายที่เป็นพาหะหลักของโรคคือ Aedes aegypti หรือยุงลายบ้าน ชอบวางไข่ในน้ำสะอาดที่ขังอยู่ตามภาชนะหรือเศษวัสดุ พาหะรองคือ Aedes albopictus หรือยุงลายสวน ชอบวางไข่ตามนำ้ที่ขังในโพรงต้นไม้ ยุงลายมักจะหากินเวลากลางวัน ในบ้านหรือพื้นที่รอบๆบ้าน โรคนี้จึงระบาดมากในช่วงฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาวที่มีนำ้ฝนขังตามที่ต่างๆได้ง่าย เกิดเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง แต่ก็สามารถพบผู้ป่วยได้ตลอดปี

ปี พ.ศ. 2566 นี้นับได้ว่าเป็นปีที่ 3 นับจากเกิดการระบาดของโรคอุบัติใหม่โควิด-19 ที่มีจุดเริ่มต้นจากเมืองอู่ฮั่นในประเทศจีนเมื่อปลายปี พ.ศ. 2562 (ค.ศ. 2019) ก่อนแพร่ไปทั่วโลกจนองค์การอนามัยโลกประกาศเป็นภาวะ pandemics เมื่อ 11 มีนาคม พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) ในระยะแรกของการระบาดมีผู้ป่วยติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมาก นโยบายมากมายถูกนำมาใช้เพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 และมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลก เช่น การ lock down การควบคุมการเดินทางต่างๆ นโยบายทำงานจากบ้าน เป็นที่น่าสนใจว่าจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกโดยรวมทั่วโลกลดลงในช่วงเวลาที่มีการควบคุมโรคโควิด-19 นี้ แต่บางประเทศกลับมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมาก (2, 3) นอกจากนี้ ทั้งไข้เลือดออกและโควิด-19 สามารถก่อให้เกิดอาการที่คล้ายคลึงกันได้ เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว โดยไม่มีอาการทางระบบหายใจ เป็นต้น (4) ทั้งยังมีโอกาสพบการติดเชื้อร่วมกันได้ (5) ทำให้การวินิจฉัยโรคความซับซ้อนขึ้น

ขณะนี้ทั่วโลกเริ่มมีการผ่อนคลายนโยบายควบคุมโรคโควิด-19 หลังจากที่นับว่าเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว จึงเป็นที่น่าจับตามองว่า แนวโน้มของโรคไข้เลือดออกจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรต่อไป

เอกสารอ้างอิง

  1. WHO. Dengue and severe dengue. Updated 10 Jan 2022. Available from https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/dengue-and-severe-dengue.
  2. Khan S, Akbar SMF, Nishizono A. Co-existence of a pandemic (SARS-CoV-2) and an epidemic (Dengue virus) at some focal points in Southeast Asia: Pathogenic importance, preparedness, and strategy of tackling. Lancet Reg Health Southeast Asia. 2022 Sep;4:100046.
  3. Saita S, Maeakhian S, Silawan T. Temporal Variations and Spatial Clusters of Dengue in Thailand: Longitudinal Study before and during the Coronavirus Disease (COVID-19) Pandemic. Trop Med Infect Dis. 2022;7(8):171.
  4. Nunthavichitra S, Prapaso S, Luvira V, Muangnoicharoen S, Leaungwutiwong P, Piyaphanee W. Case Report: COVID-19 Presenting as Acute Undifferentiated Febrile Illness-A Tropical World Threat. Am J Trop Med Hyg. 2020;103(1):83-85.
  5. Nasomsong W, Luvira V, Phiboonbanakit D. Case Report: Dengue and COVID-19 Coinfection in Thailand. Am J Trop Med Hyg. 2020;104(2):487-489.

ผศ.ดร.พญ.บริมาส หาญบุญคุณูปการ

ภาควิชาอายุรศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล

Shopping Basket