ประวัติความเป็นมา
ศูนย์วิจัยโรคเขตร้อนกาญจนบุรี
คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินภารกิจด้านการศึกษาระดับหลังปริญญา ได้รับแต่งตั้งเป็นศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยเวชศาสตร์เขตร้อน ขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ พ.ศ. 2510 จัดการศึกษาและฝึกอบรมด้านโรคเขตร้อนแก่แพทย์บุคลากรทางการแพทย์ประเทศไทย และประเทศต่างๆ ทั้งโลก ด้านการวิจัย ส่งเสริมการศึกษาค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานและวิทยาศาสตร์ประยุกต์ เพื่อการวิจัยส่งเสริมการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรค เขตร้อน ด้านการบริการชุมชน มีโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ให้บริการรักษาโรคเขตร้อนแก่ประชาชน และเป็นศูนย์ความร่วมมือทางวิชาการกับองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นการจัดฝึกอบรมความรู้เรื่องโรคเขตร้อนแก่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ในปี พ.ศ. 2542 คณะฯ ดำริจัดหาสถานที่สำหรับรองรับการฝึกภาคสนามสำหรับนักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอก รวมทั้งสถานที่จัดสัมมนาและอบรมระยะสั้น และมหาวิทยาลัยมหิดลกำลังพัฒนาวิทยาเขตในพื้นที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี จึงได้อนุมัติพื้นที่ 5 ไร่ ให้คณะก่อสร้างอาคารศูนย์วิจัยโรค เขตร้อนกาญจนบุรี หรือ Tropical Disease Research Center, Kanchanaburi
ซึ่งคณะฯ ได้รับงบประมาณก่อสร้าง และครุภัณฑ์ประจำอาคารรวม 56.8 ล้านบาทเศษ เป็นอาคาร 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 7,000 ตารางเมตร โดยมีวัตถุประสงค์ให้มีห้องประชุมสัมนาขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ห้องประมวลผลคอมพิวเตอร์ ห้องศึกษาด้วยตนเองของนักศึกษา อาจารย์ และห้องอเนกประสงค์ เพื่อใช้เป็นศูนย์สัมมนาและฝึกอบรมนานาชาติภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการกับองค์กรระหว่างประเทศ เริ่มก่อสร้างวันที่ 7 มิถุนายน 2544 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2546 และได้ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2546 โดย ศาสตราจารย์พรชัย มาตังคสมบัติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นประธาน
Locations
อาคารศูนย์วิจัยโรคเขตร้อนกาญจนบุรี
ภูมิทัศน์ด้านหน้า
อาคารศูนย์วิจัยโรคเขตร้อนกาญจนบุรี
ภูมิทัศน์ด้านข้าง
อาคารศูนย์วิจัยโรคเขตร้อนกาญจนบุรี
ห้องประชุม
ขนาดความจุ 100-150 คน
สิ่งแวดล้อมภายในศูนย์วิจัย
ภูมิทัศน์โดยรอบบริเวณอาคารศูนย์วิจัยโรคเขตร้อนกาญจนบุรี







ประติมากรรมประจำอาคารศูนย์วิจัย
- ชื่อประติมากรรม : ถั่ว
- แรงบันดาลใจ : ความเจริญงอกงาม ความรุ่งเรือง การทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น
- การสื่อความหมาย : ถั่วเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ง่าย ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว และให้ประโยชน์กับดิน ในทำนอง เดียวกันกับคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ที่จะมีความรุ่งเรืองและขยายความรับผิดชอบไปในพื้นที่ ต่างๆ ซึ่งจะยังประโยชน์และความเจริญแก่พื้นที่นั้นๆ
- ลักษณะประติมากรรม : เป็นการปั้นขึ้นรูปเลียนแบบรูปทรงของถั่วลิสง โครงภายใน เป็นเหล็กเส้นขนาด 6 มม. ดัดให้ได้รูปทรง หุ้มพันโครงเหล็กด้วยตะแกรงลวดเพื่อช่วยในการจับยึดเนื้อปูน พอกทับผิวด้วย ปูนซีเมนต์ แต่งผิวภายนอกด้วยหินขัดสีขาว
- ผู้ออกแบบ : ดร.ชัยสิทธิ์ ด่านกิตติกุล
- ปราชญ์ชาวบ้าน นายบุญชู ฤทธิ์ดี
